BKK NEWS

โดย กองบรรณาธิการ M2F

26 พฤศจิกายน 2561 : 15:26 น.

“บิ๊กโจ๊ก” นำทีมแถลงจับแก๊งสกิมเมอร์ชาวไทยและจีน ปลอมบัตรรูดเงินส่งกลับประเทศ มีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ศูนย์เงินรวม 23 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่สโมสรตำรวจวิภาวดีรังสิต พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.สุรางคนา บุญเรียบ อายุ 36 ปี น.ส.รัชนีวรรณ โถนะสัลย์ อายุ 41ปี นายซุนเด็ง อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และนายยู เป็ง อายุ 36 ปี สัญชาติจีน หลังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันปลอมแปลงเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติ พร้อมของกลางเครื่องรูดบัตร จำนวน 15 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 150 ใบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น 20 ใบ เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คสมุดบัญชีธนาคาร และอื่นๆ อีกหลายรายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจสืบสวน กก.1 บก.ทท.1 ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทยว่า มีบุคคลนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นบัตรปลอมมารูดเครื่องอนุมัติวงเงิน จากนั้นตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานจนสืบทราบว่าผู้ที่ทำบัตรมารูดคือ น.ส.สุรางคนา และ น.ส.รัชนีวรรณ ก่อนเข้าจับกุมตัวได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งย่านรัชดา พร้อมของกลางจำนวนมาก โดยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นคนจัดหาเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ (EDC) พร้อมบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มที่ผูกกับเครื่อง นำมาให้ นายซุนเด็ง และนายยู เป็ง เพื่อรูดเงิน หลังจากนั้นก็จะส่งสลิปเงินกลับมาให้เพื่อนำไปกดเงิน โดยจะได้ส่วนแบ่งจากยอดเงินสดที่กดออกมาร้อยละ 1

ตำรวจจึงได้ขยายผลเข้าจับกุมนายซุนเด็ง และนายยู เป็ง ที่คอนโดแห่งหนึ่งใน ซ.อินทามะ 47 จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายของแก๊งนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2557 สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ขอวีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเข้ามาหาข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย ซึ่งส่วนมากเป็นชาวจีนแล้วมาบันทึกลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปล่า จากนั้นได้จ้างคนไทยจัดหาเครื่องอนุมัติวงเงินอัตโนมัติ แล้วนำบัตรปลอมมารูด เมื่อเงินเข้าบัญชีของเจ้าของเครื่องรูดแล้วก็จะให้คนไทยไปกดเงินแล้วมาแบ่งกันตามสัดส่วนที่ตกลง จากนั้นก็จะส่งเงินกลับประเทศผ่านทางร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตราในย่านห้วยขวาง

ข่าวเด่น

ข่าวที่น่าสนใจ