MONEY

โดย กองบรรณาธิการ M2F

03 มิถุนายน 2565 : 16:21 น.

แม็คโครจัดงานใหญ่ “งานตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ 12” เสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อยสู้วิกฤตต้นทุนพุ่ง แนะแนวทางอยู่รอด อยู่รุ่งด้วย 3 สูตรสำเร็จ ยกระดับร้านค้าชุมชน

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ปัจจุบันร้านค้าปลีกขนาดเล็กหรือโชห่วย ยังเป็นธุรกิจฐานรากที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีจำนวนส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจค้าปลีกมากที่สุด ที่สำคัญเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่มีความใกล้ชิดกับลูกค้า มีอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แม็คโคร ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ที่มีพันธกิจส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกรายย่อยให้เติบโต ผ่านโครงการมิตรแท้โชห่วยที่ริเริ่มมากว่า 16 ปี จึงได้จัดงานตลาดนัดโชห่วยครั้งที่ 12 ขึ้น ระหว่างวันที่ 2 – 5 มิถุนายนนี้ ภายใต้แนวคิด “สูตรสำเร็จ โชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ”  เพื่อยกระดับโชห่วยไทยให้เข้มแข็ง พร้อมผ่านทุกวิกฤตการณ์ไปได้ โดยได้รับเกียรติจาก นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน

ทั้งนี้ 16 ปีที่แม็คโคร ทำโครงการมิตรแท้โชห่วยมา ทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจความต้องการของผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อยหรือ โชห่วยอย่างลึกซึ้ง จากเดิมที่นำเสนอเคล็ดลับ ‘8 ความรู้พื้นฐานและหัวใจความสำเร็จ’ ที่เจ้าของกิจการต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็น  ทำเลที่ตั้ง-ความแตกต่าง-สต็อกสินค้า-การเลือกสินค้า-ส่งเสริมการขาย-ราคาและกำไร-ผังร้านและจัดเรียง-การแต่งร้าน ปัจจุบันแม็คโคร พัฒนาองค์ความรู้ที่ได้จากความสำเร็จของสมาชิกมิตรแท้โชห่วย  ผสานกับการนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์เป็นสูตรสำเร็จเพื่อให้ร้านค้านำไปปรับใช้ได้ง่ายขึ้น เรียกว่า เป็น 3 แนวทางของการพัฒนาขีดความสามารถ โดยยังยึดแกนสำคัญคือ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ เอาไว้

สำหรับ 3 สูตรสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสแข่งขันได้ ประกอบด้วย

- สูตรสำเร็จสมาร์ทโชห่วย จากโชห่วยร้านเดิม  เพิ่มเติมไอเดียเสริมรายได้  นำเทคโนโลยีนวัตกรรมและการบริหารจัดการสมัยใหม่มาปรับใช้ อาทิ ระบบ POS ช่วยเรื่องบริหารจัดการ  สต๊อกสินค้าภายในร้าน เครื่องหยอดเหรียญที่ทำเงินได้แม้ช่วงเวลาที่ร้านปิด เช่น เครื่องกดกาแฟ  เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

- สูตรสำเร็จมิตรแท้ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนา เพิ่มศักยภาพร้านโชห่วยในรูปแบบพันธมิตรทางการค้า ด้วย 3 องค์ประกอบหลัก 1.องค์ความรู้บริหารจัดการที่รวบรวมจากความสำเร็จของสมาชิกมิตรแท้โชห่วย 2.เพิ่มสินค้าและบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของร้านและลูกค้าในชุมชน อาทิ ครัวชุมชน คาเฟ่ชุมชน(ตู้กาแฟอัตโนมัติ) 3.นำเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการร้านอัจฉริยะ POS มายกระดับเพิ่มประสิทธิภาพ

-สูตรสำเร็จแบบบัดดี้มาร์ท ร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ในลักษณะหุ้นส่วนทางการค้า  เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้ เพิ่มกำไร ให้ร้านค้าเติบโตคู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ยกระดับโชห่วยด้วยสุดยอดระบบการบริหารจัดการ โดยใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในชุมชนอย่างตรงจุด

นางศิริพร กล่าวว่า ปัจจุบัน คนทำธุรกิจโชห่วยมากกว่า 406,200 ราย(กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก  ตลาดออนไลน์ที่เข้ามาในทุกจังหวะชีวิต ไม่นับปัญหาเดิมๆ อย่างการขาดคนรุ่นใหม่สืบทอดกิจการ ขาดความรู้ด้านการจัดการ การจะเป็นโชห่วยที่อยู่รอดและอยู่รุ่งได้อย่างยั่งยืนได้ จึงต้อง “ปรับตัว”

“แม็คโคร ยังทำงานร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการโชห่วยอย่างต่อเนื่อง  โดยเป้าหมายของเราคือ การเป็นคู่ค้าที่อยู่เคียงข้างโชห่วยไทย  ธุรกิจเล็กๆ ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโต สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับคนไทยในทุกชุมชนอย่างยั่งยืน” นางศิริพร กล่าว

ข่าวเด่น

กปน. จัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันชาติ วันพ่อแห่งชาติ และวันดินโลก 5 ธันวาคม 2565

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 08.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.)

กปน. และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม MOU ประสานความร่วมมือด้านการวิจัยวิชาการทางวิทยาศาสตร์

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.00 น. ณ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.)

รองเลขาธิการ กศน.ปิดการประชุม ผู้บริหารกลุ่ม/ศูนย์ส่วนกลาง สำนักงาน กศน. สัญจร ประจำปีงบประมาณ 2566 ครั้งที่ 1

จังหวัดน่าน ตามแนวทางการดำเนินงาน กศน.เพื่อประชาชน “กศน.ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ”

2 ธ.ค. 65 เวลา 10.00 น. ปภ.รายงานเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2565 เกิดวาตภัยในพื้นที่

5 จังหวัด 6 อำเภอ 14 ตำบล 34 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 357 หลัง ซึ่ง ปภ. ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น

ข่าวที่น่าสนใจ