WORLD NEWS

โดย กองบรรณาธิการ M2F

08 กุมภาพันธ์ 2564 : 13:00 น.

กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรประเมินการรัฐประหารในเมียนมาถึงจุดที่หวนกลับไม่ได้แล้ว

วันนี้ (8 ก.พ.) กลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมาราว 500 คนในจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ได้รวมตัวกันประท้วงต่อต้านรัฐประหาร พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทุกคนที่ถูกจับกุม ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมด้วยการยิงปืนขึ้นฟ้าและลงพื้น พร้อมจับกุมตัวผู้ชุมนุมไปได้ 14 คน ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมลุกฮือขึ้นกว่าเดิม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยอมปล่อยตัวผู้ชุมนุมทั้ง 14 คนเพื่อลดความตึงเครียดแล้ว

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรประเมินว่าการทำรัฐประหารในเมียนมาได้ผ่านจุดที่ไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประชาธิปไตยในเมียนมาถูกจำกัด พร้อมเตือนว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายลงไปกว่าเดิม

นอกจากนี้ตามการประเมินที่เปิดเผยต่อสำนักข่าวบลูมเบิร์กยังระบุว่าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) มีแนวโน้มที่จะแตกหักหลังผู้นำอย่างออง ซาน ซูจี และอดีตประธานาธิบดีวิน มินต์ ถูกจับกุม นอกจากนี้ยังมองว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะกลายเป็นประท้วงนองเลือดเนื่องจากมีประชาชนเข้าร่วมหลายหมื่นคนทั่วประเทศและเป็นการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสิบปี

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานักการทูตอาวุโสของอังกฤษก็ได้สรุปว่าการรัฐประหารในเมียนมาไม่สามารถย้อนกลับได้แล้ว และพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมาพยายามจะบดขยี้พรรค NLD ของซูจี เพื่อตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดี

โดยตามการประเมินระบุว่ารัฐบาลทหารเมียนมาพยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน และสร้างคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะมาถึงซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 1 ปีข้างหน้า

ทังนี้ ประเทศต่างๆ รวมทั้งสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียได้ประณามการรัฐประหารที่เกิดขึ้นหลังจากซูจีได้ชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้สังเกตการณ์จากภายนอกส่วนใหญ่มองว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม

บางประเทศกระตุ้นให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมา อย่างไรก็ตามมุมมองจากนักการทูตอังกฤษชี้ให้เห็นว่าการแทรกแซงจากภายนอกในเมียนมานอกเหนือจากมาตรการคว่ำบาตรนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ทางกระทรวงประเมินว่ารัฐบาลเมียนมาอาจหันไปหาจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ขณะที่จีนก็ได้ลงนามในแถลงการณ์ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ "สนับสนุนอย่างต่อเนื่องของการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย" ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังระบุอีกว่าจีนเป็นเพื่อนบ้านพันธมิตรกีบเมียนมา

ในแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพยังได้กล่าวประณามการรัฐประหารพร้อมเรียกร้องให้กองทัพเคารพหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน

"เราต้องเห็นการประชุมสมัชชาแห่งชาติอย่างสันติ และเคารพต่อผลการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤศจิกายนรวมถึงความปรารถนาของประชาชนชาวเมียนมา" กระทรวงการต่างประเทศกล่าว

ด้านรัฐบาลสหราชอาณาจักรปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการประเมินดังกล่าว

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กยังรายงานว่าความตึงเครียดภายในเมียนมาเพิ่มขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์โดยมีผู้ประท้วงหลายหมื่นคนบนท้องถนนในย่างกุ้งและอีกหลายเมือง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวซูจีและคนอื่นๆ ที่ถูกจับกุม ส่งผลให่เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลโดยพระสงฆ์ในปี 2007

ข่าวเด่น

จับแรงงานเมียนมาทักละชายแดนเมืองกาญจน์

กาญจนบุรี-หนุ่มสาวชาวเมียนมา 120 คนลอบข้ามชายแดนเมืองกาญจน์ปลายทางเข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดชั้นใน สุดท้ายไม่รอดโดนรวบกลางป่า สารภาพจ่ายค่าหัวให้นายหน้าชาติเดียวกัน 2 หมื่นบาท

เขื่อนอุบลรัตน์เร่งปล่อยน้ำเพิ่มรับมือพายุฝน

ขอนแก่น-เขื่อนอุบลรัตน์เร่งระบายน้ำเพิ่มอย่างต่อเนื่องจนล้นฝายกั้นน้ำ ชาวบ้านผวาน้ำท่วมซ้ำเร่งป้องกันเต็มที่ ขณะที่กำนันประชดหากระบายแบบนี้ไม่ป้องกันดีกว่าปล่อยไปเลย

ชาวนาบุรีรัมย์จำใจเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วม

บุรีรัมย์-ชาวนาระทมเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วมแม้จะยังไม่แก่สุกเต็มที่หวั่นแช่น้ำเสียหายหลังน้ำมูลหนุนสูงขึ้นเอ่อท่วมนาข้าวของเกษตรกรเป็นบริเวณกว้าง วอนรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยา

ข่าวที่น่าสนใจ