LIFESTYLE

โดย กองบรรณาธิการ M2F

06 สิงหาคม 2562 : 18:00 น.

โรงเรียนบ่มเพาะธุรกิจ บีไอเอส ติดอาวุธให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ เรียนรู้ธุรกิจแบบเจาะลึก จากประสบการณ์ตรงของนักธุรกิจชื่อดังที่ประสบความสำเร็จตัวจริง

สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการศึกษาก้าวไปอีกขั้น!! ด้วยความตั้งใจยกระดับมาตรฐานการศึกษาทางการบริหารธุรกิจ เพื่อให้ความรู้และบ่มเพาะธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ เภสัชกร ดร. แสงสุข พิทยานุกุล นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์สินค้าไทยให้โด่งดังในระดับสากล พร้อมสร้างแบบแผนการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้เติบโตและยืนหยัดได้ในระดับโลก

นวัตกรรมการศึกษาแห่งแรกของโลก The Business Incubation School (BIS) โรงเรียนบ่มเพาะธุรกิจ บีไอเอส ก่อตั้งขึ้น โดยมีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตัวจริงทำหน้าที่เป็นผู้บ่มเพาะ และถ่ายทอดประสบการณ์ตรง เพื่อช่วยแก้ปัญหาการดำเนินกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สู่การเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง อันจะส่งผลต่อเนื่องให้เศรษฐกิจบ้านเมืองดีขึ้น

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล นักธุรกิจเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เวชสำอางทั้งในและต่างประเทศ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “Smooth E” และ “Dentiste’” ในฐานะผู้ก่อตั้ง The Business Incubation School (BIS) อธิบายแนวคิดสร้างนักธุรกิจคุณภาพ รุ่นใหม่ที่นำไปสู่นวัตกรรมการศึกษาแห่งแรกของโลก ว่า “ผมนำการบริหารธุรกิจและหลักสูตรการบ่มเพาะธุรกิจมารวมกันกลายเป็น Business Incubation แห่งแรกของโลก ด้วยเหตุผลแรกคือ รายงานโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่หลายคนไม่มีใครอยากเป็นลูกจ้าง ทุกคนอยากเป็นนายตัวเอง และเหตุผลที่สองคือ ผมเห็นโอท็อป และผู้ประกอบการ ขนาดกลาง หรือเอสเอ็มอี

ที่ทำมานานแต่ไม่เติบโตระดับประเทศ และระดับสากล จึงต้องการมีส่วนทำให้ประเทศไทยมีแบรนด์ระดับโลกเป็นที่รู้จักและยอมรับ ซึ่งผมเชื่อว่า การเติบโตของผู้ประกอบการใหม่สามารถพัฒนาเป็นคลื่นลูกใหม่ในระดับโลกได้

“เมื่อผู้เรียนผ่านกระบวนการบ่มเพาะในโมเดลของโรงเรียนแล้ว สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ การเปลี่ยนแปลงกรอบแนวคิด ให้ออกแบบธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ผลักดันให้เป็นนักธุรกิจระดับประเทศ (National) ระดับโลก (World Class) ซึ่งผู้เรียนสามารถนำเสนอแผนธุรกิจเพื่อรับฟังการ คอมเม้นท์และปรับปรุงให้ใช้งานได้จริง รวมทั้งต้องจัดทำแผนและเป้าหมายระยะสั้นและยาว เรียกว่า เรียนจริง ปฏิบัติจริง โตได้จริง เน้นการฝึกหัด และต้องทำจริงเท่านั้น เพื่อค้นหาองค์ความรู้ของตนเอง นอกจากนี้ BIS จะติดตามและเร่งรัดให้เกิดการปฏิบัติจริง เพื่อให้พัฒนาตนเอง และเป็นที่พึ่งพาตนเองได้ เมื่อสำเร็จการอบรมไปแล้วอีกด้วย”

ทั้งนี้ The Business Incubation School (BIS) โรงเรียนบ่มเพาะธุรกิจ บีไอเอส มีหลากหลายหลักสูตรให้เลือกตามความต้องการ ไม่ว่า เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร ลูกจ้าง ทายาท นักขาย และนักเรียนที่หารายได้ระหว่างศึกษา อาชีพอิสระอื่น ปัจจุบันพัฒนาหลักสูตร ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน เพื่อจะได้สิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง สอนโดย คณาจารย์ วิทยากร ที่ปรึกษา ซึ่งล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์สอน และเป็น ที่ปรึกษามาไม่ต่ำกว่า 15 ปี จากสถาบันชั้นนำที่มีชื่อเสียง โดยหลักสูตรแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่

อบรมระยะยาว เปลี่ยน Fixed Mindset เป็น Growth Mindset เปิดรับโลกธุรกิจยุคใหม่ เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยนได้ สร้างยอดขาย และกำไร เติบโตแน่นอนจากโมเดลการบ่มเพาะของโรงเรียน โดยมีการเข้าเยี่ยมชมในสถานประกอบการ ที่ปรึกษาแนะนำตรงประเด็นปัญหา โดยมีโค้ชนักธุรกิจชั้นนำ บ่มเพาะธุรกิจรายบุคคล ตามที่ปรากฏในภาพบนเอกสารนี้ ตลอดจนได้เครือข่ายทางธุรกิจระหว่างเพื่อนในรุ่นและต่างรุ่น รวมทั้งมีกิจกรรมศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ตลอดระยะการอบรม

อบรมระยะสั้น กระตุ้นให้ตื่นตัวและทบทวนตนเอง เพื่อหา DNA ของผู้ประกอบการและแรงบันดาลใจ ให้มุ่งมั่นก้าวไปข้างหน้า มองเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น สัมผัสบรรยากาศการเรียนและพลังมหาศาลจากเพื่อนร่วมรุ่นที่มุ่งหวังอย่างเดียวกัน เกิดการเรียนรู้ เลียนแบบและพัฒนา แลกเปลี่ยน ท้าทาย ให้เริ่ม Practice ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นผู้ประกอบการที่สำเร็จต่อไป เพื่อหาคำตอบที่ว่า “คิด 100 – ทำ 10 – ได้ 1” และ “WOW” ให้เกิดขึ้นในโลกธุรกิจยุคใหม่

เภสัชกร ดร.แสงสุข กล่าวภาพรวมที่ผู้เรียนจะได้รับในแต่ละหลักสูตร ที่จะสร้างระบบการศึกษาและบ่มเพาะอย่างมาตรฐานสากล เพื่อสร้างผู้ประกอบการคุณภาพให้กับสังคมไทย ว่า “ผมเชื่อว่า การทำโรงเรียนให้เป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือ จะต้องประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ ผู้เรียนเก่ง ผู้สอนเก่ง และหลักสูตรดี และนี่คือโมเดลที่สามารถปั้น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง”

ด้านผู้ประกอบการรุ่นใหม่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ และความรู้ที่ได้รับจาก BIS ที่นำไปพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่าง เพ็ญประภา ตระกูลกิจเจริญ ทายาทธุรกิจร้าน นายอ้วนเย็นตาโฟ เสาชิงช้า ในฐานะตัวแทน BIS รุ่น 4 เผยว่า “สิ่งที่ได้จากการเรียน เช่น ศาสตร์ของการบริหารคน, การบริหารงาน และ ที่สำคัญการบริหารใจของผู้ประกอบการเรื่องนี้สำคัญมาก รวมถึงเรื่อง branding, leadership, passion และ storytelling ทุกเรื่องล้วนได้กลับนำมาใช้ในกิจการของเราทั้งหมด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การปลูกฝังเรื่องของทัศนคติในการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ ตั้งแต่มาเรียนทัศนคติของตัวเองเปลี่ยนแปลงไป จากคำสอนของ ดร.แสงสุข ที่ว่า วิธีคิดสำคัญกว่าวิธีการ เมื่อคุณคิดได้และคิดเป็น วิธีการจะตามมาเอง และทำให้ธุรกิจของตัวเองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้การมีครูที่ดี มีโรงเรียนที่ดี มีหลักสูตรที่ดี และมิตรภาพดีๆ จากเพื่อนร่วมคลาส เป็นเสมือนจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นที่มาต่อร่วมกัน ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ และไอเดียซึ่งกันและกัน ซึ่งหลังจากเรียนจบคอร์สนี้ ร้านนายอ้วนเย็นตาโฟ เสาชิงช้า ก็ได้เปิดเพิ่มอีก 4 สาขาเลยค่ะ”

ทายาทธุรกิจที่ต้องสานกิจการของครอบครัว เผยว่า “ทุกธุรกิจเวลาที่จะเติบโตขึ้น ต้องออกไปลองผิดลองถูกมากมาย แต่การมาเรียนที่ BIS ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก แต่มีหน้าที่ออกไปลองถูก พอลุยเสร็จส่งความสำเร็จกลับมาที่โรงเรียนด้วย นี่คือสิ่งที่สำคัญมากๆ และทำให้นายอ้วนเย็นตาโฟเชื่อมั่น เดินตามความฝัน แล้ววันหนึ่งเราจะเปลี่ยน Local Street Food เป็น Global Street Food ค่ะ”

ส่วน ธัญชนก วัชโรธัย ตัวแทนศิษย์ปัจจุบันรุ่น 5.1 เผยเหตุผลที่ตัดสินใจมาเรียนรู้เพิ่มเติมที่ BIS ว่า “ได้ยินชื่อเสียงของคอร์สนี้มานานแล้วว่าเรียนแล้วได้ผลจริง เลยอยากจะมาลองคอร์ส พรีก่อน ที่จะเร่งการเติบโตของธุรกิจด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ภายใน 4 วัน เพิ่งเข้าคลาสเรียนไป 2 ครั้ง คือได้ผลเกินคาดเลย เรียนไปแล้วทำให้รู้สึกไฟในการทำงานลุกโชนขึ้นมาเลยค่ะ เพราะหลังจากเรียนในแต่ละครั้ง ก็ได้นำคำแนะนำที่อาจารย์ และ ดร.แสงสุข สอนไว้นำมาปรับในธุรกิจของเรา ซึ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนทันทีเลยค่ะ”

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจติดอาวุธลับให้กับธุรกิจของตัวเอง โรงเรียนบ่มเพาะธุรกิจ Business Incubation School เปิดอบรมหลักสูตร “เตรียมความพร้อมเป็นผู้ประกอบการ รุ่น 5.2 ” ระหว่าง วันที่ 6 -14 กันยายนนี้ โดยจะอบรมทุกวันศุกร์ เวลา 13.00 - 21.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.00 - 21.00 น. ทั้งหมด 4 วัน (รวม 36 ชั่วโมง) ณ อาคารสมูท ไลฟ์ ทาวเวอร์ สาทร ชั้น 12 (ติดอาคารทิสโก้ สาทร)

ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่สามารถเติบโต และยืนหยัดได้ในระดับโลก ด้วยหลักสูตรการศึกษาที่เรียนจากของจริง แล้วย้ำให้ทำจริงจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตัวจริง

กองบรรณาธิการ M2F

ENTERTAIN

พชร์ อานนท์ เผยแชทไลน์จาก นิก คุณาธิป เสียใจจนไม่สามารถให้อภัยได้

พชร์ อานนท์ เผยแชทของ นิก คุณาธิป ขู่แฉให้ไม่มีที่ยืน ลั่นไม่ให้อภัย..เสียใจมากที่สุดในชีวิตตั้งแต่สร้างเด็กมา

ข่าวที่น่าสนใจ