LIFESTYLE

โดย กองบรรณาธิการ M2F

06 เมษายน 2562 : 17:30 น.

การเลือกรูปแบบของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วงเวลาของการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดคือ ช่วงเวลาที่เราสะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องเร่งรีบ ทำให้สนุกสนานไปกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเราเลือกรูปแบบของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาก็จะทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชากร ศรีสุนทร Health and Fitness Manager จาก Fitness First สาขาไลฟ์เซ็นเตอร์ จึงได้มาแนะนำรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมของช่วงเวลา เพื่อเป็นไอเดียในการออกกำลังกาย

ช่วงเช้า

จะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรีได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งวัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของหัวใจ และยังทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และตื่นตัวพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย

ควรกินอาหารก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 2-3 ชม. เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ และควรอบอุ่นร่างกายให้นานกว่าการออกกำลังกายในช่วงเวลาอื่นๆ อย่างน้อย 10-15 นาที ที่สำคัญไม่ควรจะรีบกินอาหาร หรือดื่มน้ำทันทีหลังจากออกกำลังกายหนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่ทัน หรือจุกได้ ในกรณีที่ป่วยควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเพราะอาจจะทำให้หมดแรงได้ โดยการออกกำลังกายที่แนะนำในตอนเช้าจะเป็นการออกกำลังกายที่เน้นในเรื่องของการทำ Cardio และการ Burn Fat เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ

ช่วงกลางวันถึงบ่าย

เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานอย่างเต็มที่ และอุณหภูมิในร่างกายจะเป็นปกติ ซึ่งการออกกำลังกายในช่วงเวลานี้ร่างกายของเราจะมีระดับฮอร์โมน และการไหลเวียนที่สูงกว่าในช่วงเช้า และอยู่ในระดับปกติ ทำให้สามารถออกกำลังกายได้มากขึ้น ช่วยลดความอยากอาหารในมื้อกลางวัน และมื้อเย็นได้ แถมยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น ลดอาการง่วงเหงาหาวนอน นอกจากนี้ ได้มีการศึกษาพบว่า ระบบการหายใจในช่วงบ่ายจะทำงานได้ดีกว่าในช่วงอื่นๆ ของวันด้วย

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย

ควรจะจัดสรรเวลาให้ดี และมีเวลาการออกกำลังกายอย่างน้อย 1-2 ชม. เผื่อการอบอุ่นร่างกาย และควรควบคุมการกินอาหารหลังจากออกกำลังกายให้ดีเพื่อไม่ให้กินเยอะจนเกินไป การออกกำลังกายที่แนะนำสำหรับช่วงเวลานี้ คือ เน้นที่เป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแบบใช้แรงต้าน เช่น Weight Training

ช่วงเย็นถึงค่ำ

เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหลังจากการทำงาน อาจจะมีความล้า แต่โดยทั่วไปแล้วคนเราจะมีอุณหภูมิ และฮอร์โมนในร่างกายสูงที่สุดก็ในช่วง 18.00 น.เป็นต้นไป ทำให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บน้อย แถมยังช่วยผ่อนคลายความเครียด และลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน ที่สำคัญยังช่วยลดความอยากอาหารในมื้อเย็นได้

ข้อควรปฏิบัติในการออกกำลังกาย

เพื่อให้การออกกำลังกายในช่วงนี้ได้ผลดีขึ้น ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติในขณะหรือหลังออกกำลังกาย ไม่ควรกินอาหารก่อนออกกำลังกาย แต่ถ้าหากกลัวหมดแรงก็กินเป็นผลไม้แทน นอกจากนี้ หลังจากออกกำลังกายแล้วควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4-6 ชม. ค่อยเข้านอน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลได้ และจะทำให้หลับได้สนิทมากขึ้น ส่งผลให้ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นอย่างสดชื่น การออกกำลังกายในช่วงเวลานี้ทำได้ค่อนข้างหลากหลายทั้ง Weight Training และ Cardio แต่ถ้ามีความล้ามาแล้ว แนะนำให้เป็นกิจกรรมเบาๆ หรือเน้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ

กองบรรณาธิการ M2F

ENTERTAIN

ข่าวที่น่าสนใจ