BKK NEWS

โดย กองบรรณาธิการ M2F

20 กรกฎาคม 2564 : 19:41 น.

ผู้ว่าฯกทม.สั่งทุกสำนักงานเขตสำรวจผู้ป่วยโควิดตกค้างในชุมชนเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุด พร้อมยกระดับการดูแลผู้รักษาตัวที่บ้านติดตามอาการผ่านแอปฯจัดทีมส่งยาถึงบ้าน

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมการบูรณาการการบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยโรคโควิด ที่แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation)ว่า การระบาดของโควิดทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละวันมีผู้ป่วยที่รอเตียงหรือผู้ป่วยตกค้างในชุมชนจำนวนมาก เพื่อเป็นการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการนำส่งเข้าสู่ระบบการรักษา กทม.จึงจัดระบบบริการผู้ป่วยที่สามารถดูแลแยกกักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation : HI) โดยเน้นการดูแลรักษาสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ดูแลติดตามผู้ป่วยจะได้รับการประเมินอาการทุกวันๆ ละ 2 ครั้ง อาหาร 3 มื้อ พร้อมทั้งได้รับปรอทวัดไข้แบบดิจิตอล เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว และพิจารณาให้ฟ้าทะลายโจร หรือ ยาฟาวิพิราเวียร์ ตามดุลพินิจของแพทย์ หากอาการแย่ลงจะมีการประสานส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาล

สำหรับ ผู้ป่วยที่สามารถดูแลแยกกักรักษาตัวที่บ้านต้องเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการอายุไม่เกิน 60 ปี ผู้ป่วยและคนที่พักอาศัยด้วยกันต้องไม่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง ระยะ3,4,5 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ ต้องมีที่พักอาศัยมีพื้นที่ที่เหมาะแก่การกักตัว โดยได้มอบหมายสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต สำรวจและเร่งดำเนินการดูแลผู้ป่วยที่รอเตียง หรือผู้ป่วยตกค้างในชุมชนให้เข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็วที่สุด

นอกจากนั้น กทม.ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาแอปพลิเคชัน BKK HI Care ระบบบริหารจัดการผู้ป่วย Home Isolation เพื่อจัดทำทะเบียนข้อมูลรายบุคคล สามารถติดตามและดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านได้อย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยสามารถรายงานอาการและรับคำแนะนำการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์และพยาบาล ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ BKK HI care ซึ่งสามารถติดตามอาการและดูแลผู้ป่วยโควิดได้อย่างใกล้ชิด โดยระบบ BKK HI care ถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายและมีเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดย 1 เครื่อง สามารถลงทะเบียนใช้งานได้มากกว่า 1 คน ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสามารถโทรแจ้งรายงานอาการกับบุคลากรทางการแพทย์ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบคาดว่าจะสามารถใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวได้ในเร็วๆนี้

นอกจากนี้ กทม.ได้ร่วมมือกับกองทัพบก กองบัญชาการตำรวจนครบาล และเครือข่าย จิตอาสา ในการร่วมดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน โดยจะช่วยเหลือนำยาและอุปกรณ์การรักษาเบื้องต้นไปส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยที่พักอาศัย รวมทั้งจัดรถสำหรับรับส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาหรือส่งผู้ป่วยที่หายแล้วกลับบ้านอีกด้วย

ข่าวเด่น

เตือนดื่มน้ำเมาลดประสิทธิภาพวัคซีนโควิด

หมอจุฬาฯเตือนดื่มแอลกอฮอล์ลดประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 เสี่ยงเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติติดเชื้อง่ายปอดอักเสบรุนแรง แนะหยุดดื่ม 2-3 วันทั้งก่อน-หลังฉีดวัคซีน สสส.ชวนงดเหล้าเข้าพรรษาลดภาระบุคลากรทางการแพทย์

รมต.ท็อปซัดมหาดไทยมีปัญหามากระทบชิ่งทส.

รมว.ทส.ยกปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯดีที่สุดทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ลั่นตามมารยาทต้องมาคุยกันก่อนถ้าใครจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ซันมหาดไทยมีปัญหากันเองเลยมากระทบชิ่ง

ปรับปรุงโบกี้รถไฟเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิดสีเขียว

กทม.จับมือการรถไฟฯใช้ตู้นอนเก่านำมาปรับปรุงใหม่เพื่อเป็นศูนย์พักคอยรอส่งต่อผู้ป่วยโควิดสีเขียว เบื้องต้นใช้ 15 โบกี้รองรับผู้ป่วยได้ 240 เตียง

ครม.อัด2.3หมื่นล้านช่วยนร.-นักศึกษา

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้นักเรียน-นักศึกษาช่วยค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง 2 พันบาทต่อนักเรียน 1 คน หากเรียนสถานศึกษาเอกชนช่วยคนละ 5 พัน

ข่าวที่น่าสนใจ